ORAFON UV CHECK

UV Leak Detector Dye for A/C Systems with R-12, R-134a, R-1234yf & for Electric Compressors

 

UV CHECK is the fluorescent leak detector dye to precisely locate the refrigerant gas leaks from vehicle’s A/C systems with R-12, R-134a, R-1234yf & for Electric Compressors.

Fluorescent dyes are widely used for locating leaks in A/C systems, however many products on the market contain solvents in which the chromatophores pigments are dissolved. It is a proven fact that these solvents damage the A/C system, being harmful to the materials which make up the majority of the systems and the recovery stations (aluminum, plastic and rubber). In addition, some solvents, such as Aromatic200 and NMP (N-methylpyrrolidone), are carcinogenic and toxic.

On the contrary ORAFON UV CHECK is non-toxic and is safe for all the A/C system components as it doesn’t contain solvents. UV CHECK precisely locates any leak of refrigerant gases thanks to its superior Fluorescence which guarantees an immediate identification when exposed to UV lights. It also complies to SAE J2297 and SAE J2298 standards. UV CHECK is ideal for preventive maintenance.

Instructions: For vehicles A/C systems up to 1.5 kg (3.3 lb) of refrigerant gas: insert 7.5 mL (0.25  oz) of UV CHECK. Start the engine and the A/C system to the lowest setting. Inspect the system with a UV lamp. UV CHECK will stand out immediately where the leak is located.

 

UV CHECK must be used by a professional, with the appropriate personal protective equipment.

 

Key Benefit :

  It precisely locates refrigerant gas leaks.

  Solvent- free.  

  It complies with SAE J2297 & SAE J2298. 

  It does not clog A/C system or recovery units. 

  Visible to any UV lamp. 

 It includes advice stickers.

 

 

Remark ;

It is suggested a dosage as close as possible to the quantity needed. For the biggest formats, it is recommended to quickly close the container and keep it in a cool and dry place in order to avoid the formation of moisture. Keep the product between 25°C and 40°C. Do not expose to sunlight.

 

วิธีการใช้งาน

1. สินค้า ORAFON UV CHECK เหมาะสำหรับใช้ในการช่วยตรวจหารอยรั่วที่เกิดขึ้นในระบบปรับอากาศของยานยนต์ที่ใช้ในยาแอร์ R-134a และ R-1234 yf

2. ปริมาณการใช้สินค้า ORAFON UV CHECK ที่เหมาะสม คือ 1 หลอด (7.5 ml) ต่อระบบปรับอากาศที่ใช้ปริมาณของน้ำยาแอร์ในระบบ ไม่เกิน 5 Kg ทั้งนี้หากปริมาณของน้ำยาแอร์มากกว่าอัตราส่วนที่ระบุ อาจจำเป็นจะต้องใช้สินค้า ORAFON UV CHECK ในปริมาณมากกว่าที่กำหนด

3. นำ Adaptor ต่อเข้ากับ Flexible Hose ที่ได้จากในกล่อง ต่อเข้ากันด้วยกัน จากนั้น ทำการต่อเข้ากับหลอดฉีดสี โดยการหมุนฝาจุกปิดออกก่อนการต่อเข้าหากัน

4. ตรวจเช็คระบบท่อทางเดินของระบบปรับอากาศที่ใต้ฝากระโปรงรถ หรือห้องเครื่อง เพื่อประเมินหารอยรั่วของระบบด้วยสายตาในเบื้อง จากนั้น หาตำแหน่งของ Low Pressure Port ของระบบปรับอากาศ ซึ่งในรถยนต์แต่ละยี่ห้อ หรือแต่ละรุ่น ซึ่งตำแหน่งจะไม่ตรงกันในแต่ละรุ่น

5. ทำการติดเครื่องยนต์ ให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบเดินเบาปรกติ จากนั้นทำการเปิดระบบแอร์ด้วยการตั้งค่าความเย็นให้อยู่ในระดับเย็นที่สุด และแรงลมแรงที่สุด

6. ทำการต่อชุด Adaptor +Flexible Hose + หลอดฉีดสี ORAFON UV CHECK (ที่ได้ต่อไว้ก่อนแล้วในขั้นต้น) เข้าที่ตำแหน่ง Low Pressure Port ของระบบปรับอากาศ

  • ในขั้นตอนนี้ในระหว่างต่อ แนะนำให้กดตัว Adaptor ในส่วนของฐานสีขาวลงให้สุด และประครองท่อ Low Pressure ไว้ตลอด เพื่อกันการเสียหายของท่อดังกล่าว
  • จากนั้นให้ทำการเลื่อน Adaptor ในส่วนของปลอกด้านนอกสีดำลง เพื่อทำการล๊อค Adaptor ทั้งหมดเข้ากันกับ Low Pressure Port ของระบบปรับอากาศ ให้แน่น

หมายเหตุ ในระหว่างการต่อ Adaptor เข้ากันกับ Low Pressure Port หากมีแรงดันของน้ำยาแอร์ออกมา(สังเกตุได้จากเสียงน้ำยาแอร์ที่ออกมานี้ จะเป็นเพียงปริมาณเล็กน้อย ดังนั้น ไม่ต้องกังวล ในส่วนของแรงดันที่ปล่อยออกมานี้ จะก่อให้เกิดการสูญเสียประสิทธิภาพในการทำความเย็นของระบบปรับอากาศ

7. ตรวจดูความพร้อมจากขั้นต้นอีกครั้ง ก่อนเตรียมเริ่มทำการฉีดสีจริงเข้าสู่ระบบ

8. ในขั้นตอนการฉีดสีจริงขั้นตอนนี้ หากรถยนต์สามารถเร่งเครื่องยนต์ได้โดยการปรับองศาของลิ้นปีกผีเสื้อเพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์ได้ ก็สามารถปฏบัติตามขั้นตอนต่อไปด้วยตนเองได้ แต่หากรถยนต์ดังกล่าวไม่สามารถทำได้ อาทิเช่น รถยนต์ที่มีสายคันเร่งเป็นไฟฟ้า ซึ่งไม่สามารถเร่งรอบเครื่องโดยการทำในลักษณะตอนต้นได้เอง ดังนั้น หากเข้ากรณีนี้ จำเป็นจะต้องหาผู้ช่วย มาช่วยจัดการในส่วนนี้ในระหว่างฉีดสีเข้าระบบปรับอากาศ

9. โดยพื้นฐานแล้วแรงดันที่ LowPressure Port ของระบบปรับอากาศ แม้จะทำการติดเครื่องยนต์ และเปิดระบบปรับอากาศให้ทำความเย็นสูงที่สุด แรงดันในระบบก็ยังคงสูง ซึ่งยากต่อการฉีดสีเข้าสู่ระบบ ดังนั้น หากต้องการฉีดสีเช็ครอยรั่วดังกล่าวที่ง่ายขึ้น จำเป็นจะต้องเร่งเครื่องยนต์ ให้มีรอบเครื่องยนต์ขั้นต่ำ ไม่ให้น้อยกว่า 1,500 rpm ตลอดระยะเวลาการฉีดสีดังกล่าว ทั้งนี้หากต้องการฉีดสีเช็ครอยรั่วของระบบให้ง่ายขึ้นอีก สามารถปรับเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นได้ตามความเหมาะสมได้

10. ภายหลังจากการเสร็จสิ้นขั้นตอนในการฉีดสีเช็ครอยรั่วของระบบปรับอากาศ ให้ทำการปลด Adaptor และหลอดฉีดสีออกจากระบบทั้งหมด แต่ยังคงทำการเดินเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบาต่อไป พร้อมทั้งยังคงเปิดระบบปรับอากาศให้ทำความเย็นสูงที่สุด โดยให้ทำงานต่อไปในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 45 นาที ทั้งนี้เพื่อ เพิ่มโอกาสในการเข้ากันของสีเช็ครอยรั่วให้เข้ากันกับน้ำมันคอมเพลสเซอร์ และน้ำยาแอร์ ในระบบปรับอากาศ อย่างสมบูรณ์

11. จากนั้นให้ทำการส่องแสงไฟ UV หรือ ไฟ Black Light เพื่อช่วยตรวจสอบระบบในการตรวจหารอยรั่ว ทั้งนี้หากระบบเกิดการรั่วไหล สีเช็ครอยรั่ว ORAFON UV CHECK จะเกิดการรั่วไหลออกมาในตำแหน่งที่เกิดการรั่วไหล และเมื่อสัมผัสกับแสง UV หรือ ไฟ Black Light ณ จุดที่เกิดเรอยรั่วขึ้น สีเรืองแสงจะเกิดการเรืองแสงขึ้น ซึ่งจะง่ายต่อการตรวจเช็ค

12. สินค้าสีเช็ครอยรั่วของระบบปรับอากาศรถยนต์ ORAFON UV CHECK สามารถใช้งานในระบบได้นาน ตลอดอายุการใช้งาน ไม่จำเป็นจะต้องถ่ายออกภายหลังการใช้งาน

13. เมื่อแล้วเสร็จในขั้นตอนการตรวจเช็คดังกล่าว สามารถนำสติ๊กเกอร์ที่จากในห่อบรรจุภัณฑ์มาติดที่รถยนต์ เพื่อเป็นการระบุว่ารถยนต์ดังกล่าว ได้เติมสีสำหรับเช็ครอยรั่วเรียบร้อย ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเติมสีเช็ครอยรั่ว ORAFON UV CHECK เฉพาะ สำหรับรถยนต์ที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดรอยรั่วในระบบปรับอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกคัน ที่ต้องการการชี้บ่งที่ง่ายต่อการตรวจเช็คระบบ