ทำไม ! อายุการใช้งานน้ำมันเครื่อง เรือ Speed Boat นับเป็น ชั่วโมง และ ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายแล้วจริงหรือ ?

ทำไม ! อายุการใช้งานน้ำมันเครื่อง เรือ Speed Boat นับเป็น ชั่วโมง และ ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายแล้วจริงหรือ ?

รูป : เรือ Speed Boat กับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

 

โดยปรกติทั่วไปการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจะขึ้นอยู่กับหลายเหตุผลด้วยกัน แต่ก็จะขึ้นอยู่กับว่า บุคคลผู้ใช้งานเครื่องจักรประเภทนั้น ๆ จะเลือกยึด จากเหตุผลไหน เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพราะน้ำมันเครื่องดูมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก (สีดำ) การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพราะคู่มือของน้ำมันเครื่องระบุ (โดยยึดจากเกรดความเป็นสังเคราะห์ของน้ำมันเครื่อง) หรือการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ใช้งาน ซึ่งถ้าหากเป็นเครื่องยนต์ที่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ บนแชสซี หรือ คัตซี (แล้วแต่การออกเสียงของแต่ละคน) และมีการใช้งานบนท้องถนน (รถยนต์) ก็จะมีการนับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง เป็นเลข กิโลเมตร ที่รถคันนั้น ๆ ได้มีการวิ่งใช้งาน ดังนั้นก็จะมีตัวเลขที่ระบุออกมาอย่างชัดเจน ว่าจะครบตามจำนวน ที่น้ำมันเครื่องแต่ระประเภทระบุว่าให้มีการใช้งานได้ในระยะทางกี่ กิโลเมตรจึงต้องมีการเปลี่ยนถ่าย แต่ถ้าเป็นในส่วนของเครื่องจักรอื่น ๆ ที่ต้องใช้น้ำมันเครื่องเหมือนกัน ก็จะต้องมาดูถึงลักษณะการใช้งาน และนำมาเปรียบเทียบการใช้งานให้มีใกล้เคียงกับการนับระยะของเครื่องยนต์ที่ใช้ระยะทางเป็นตัวนับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์ที่มีการติดตั้งไว้บนเรือ เช่น เรือ Speed Boat หรือ เรือ Out Board ที่นิยมจะมีการใช้เครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ใช้วิ่งบนท้องถนน มาทำการดัดแปลง

 

รูป : เครื่องยนต์เรือกับเครื่องยนต์รถ

 

และนำไปติดตั้งใช้งานบนเรือ และโดยปกติเรือ โดยทั่วไปจะมีการนับความเร็วของเรือ มีหน่วยเป็น Knots (นอต) ซึ่งเมื่อทำการแปลงหน่วยออกมา ก็จะสามารถแปลงระยะความเร็ว X เวลาการใช้งาน ให้มีหน่วยออกมาเป็นกิโลเมตร ได้เช่นกัน และก็จะสามารถใช้ประโยชน์ ในการนับอายุการใช้งานน้ำมันเครื่องจาก ความเร็วของเรือได้ เช่นกัน

 

รูป : เกจวัดความเร็วรอบของเครื่องยนต์ เรือ Speed Boat

 

โดยทั่ว ๆไป เรือ Speed Boat จะมีความเร็วเฉลี่ยอยูที่ 37 – 42 Knots (นอต) (จะขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนของเครื่องยนต์บนเรือ และน้ำหนักบรรทุกในเรือเป็นหลัก) แต่ถ้าเมื่อนำเอามาหาข้อมูลเฉลี่ย ก็จะสามารถได้ข้อมูล ออกมาคร่าว ๆ ว่าน้ำมันเครื่องที่ใช้กับเรือนั้น ที่มีการระบุว่าให้มีการใช้งานได้ 80 -100 ชั่วโมง จึงมีการเปลี่ยนถ่าย จากคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา ของกลุ่มผู้ใช้งานเรือแบบนี้ กลุ่มผู้ใช้งานเรือ พวกเขามีการคิด ออกแบบการคำนวณออกมาเป็นแบบนี้หรือไม่ เช่น

1 Knots (นอต) = 1.8 Kph (กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

เรือ 1 ลำ มีการใช้งานที่ความเร็วสูงสุดที่ 42 Knots (นอต) ใช้งานบรรทุกนักท่องเที่ยวเต็มลำเรือ เวลาในการใช้เรือเดินทาง ไป -กลับ รวม 4 ชั่วโมง มีการใช้งานตลอดทั้งเดือน มีการใช้งานตลอดทั้งเดือน คือ 30 – 31 วัน และมีการกำหนดให้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 100 ชั่วโมง (หรือประมาณ 25 วัน)

1 Knots (นอต) = 1.852 Kph (กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

42 Knots x 1.8 Kph = 77.78400 Kph (เพื่อเปลี่ยนหน่วย knots (นอต)ให้ออกมาเป็น กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

 

  • ความเร็วที่ใช้จะได้เท่ากับ 77.78400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ ใน 1 ชั่วโมง เรือลำนี้จะวิ่งได้ในระยะทาง ประมาณ 78 กิโลเมตร  78 กิโลเมตร x ระยะเวลา 4 ชั่วโมง = 312 กิโลเมตร

 

  • ระยะทางของเรือที่ใช้ในการวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ใน 1 ครั้งก็จะเท่ากับ 312 กิโลเมตร ในทุก 100 ชั่วโมงที่มีการกำหนดให้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โดยเฉลี่ยก็จะมีค่าเท่ากับการใช้งานที่ 25 วัน 312 กิโลเมตรx 25 วัน = 7,800 กิโลเมตร

 

  • การใช้งานโดยเฉลี่ยในทุก 25วัน เรือ 1 ลำก็จะมีการใช้งาน โดยเฉลี่ยที่ ประมาณ 7,800 กิโลเมตร

แต่ในการใช้งานจริง เรือ1ลำ จะมีการใช้งานของเครื่องยนต์ ที่ความเร็วรอบที่ 5,000 – 5,500 รอบต่อนาที และมีการใช้งานยาวนานติดต่อกันตลอดในเวลาที่มีการ ขับเรือ ดังนั้นการทำงานของเครื่องยนต์เรือจึงถือได้ว่า เครื่องยนต์ที่ใช้งานบนเรือ มีการใช้งานที่หนักและรุนแรงมาก อยู่ตลอดเวลา หมายความว่าจะทำให้เกิดแรงเฉือนที่รุนแรงในเนื้อของน้ำมัน ทำให้น้ำมันเครื่อง ถูกบันทอนทำให้คุณภาพของน้ำมันเครื่องมีการลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานเครื่องยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนน จะมีการใช้งานเริ่มต้น ประมาณ 900 – 1,200 ที่รอบความเร็วต่ำ

 

รูป: ความเร็วรอบที่รอบต่ำของเครื่องยนต์ รถยนต์ และการจราจรแบบรถติด

 

และความเร็วรอบของเครื่องยนต์ก็จะมีการไล่ระดับขึ้นมา แต่เครื่องยนต์ที่ใช้งานบนถนน มักจะต้องมีการ ชะลอ เบรค และหยุดนิ่ง ดังนั้นเครื่องยนต์ ก็จะกลับเข้าสู่โหมดที่ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ที่ต่ำอีก คือที่ประมาณ 900 – 1,200 ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานระหว่างเครื่องยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนน และเครื่องยนต์ที่มีการใช้งานบนผิวน้ำ ที่มีการใช้งานที่รอบของเครื่องยนต์เริ่มต้นที่ 5,000 – 5,500 รอบ อยู่ตลอดเวลาที่มีการวิ่งใช้งาน ก็จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าน้ำมันเครื่องที่ใช้กับงานประเภทไหน ที่มีการใช้งานที่หนัก และรุนแรงกว่ากัน ดังนั้นน้ำมันเครื่องที่ใช้กับเรือจึงควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เป็นเกรดสังเคราะห์แท้ หรือ (Fully Synthetic) หรือน้ำมันเครื่องที่ผลิตมาจาก Base oil III เพื่อประสิทธิภาพของการปกป้องชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์จากการสึกหรอ และประสิทธิภาพของความแข็งแรงของฟิล์มน้ำมันเกรดสังเคราะห์แท้ ที่จะไม่ถูกทำลายได้ง่าย อันเนื่องมาจากการทำงานของเครื่องยนต์ที่รุนแรง  และหนักอยู่ตลอดเวลา

 

รูป : น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์แท้ 100% (Fully Synthetic)

 

การใช้งานเครื่องยนต์บนท้องถนนที่มักจะนิยมให้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ 10,000กิโลเมตร และเมื่อเห็นการคิดคำนวณแบบคร่าว ๆ แบบนี้ จากตัวเลขที่แสดงออกมาเมื่อเปรียบเทียบกับอาจจะเห็นว่ายังไม่ครบ 10,000 กิโลเมตร แต่ผู้ใช้งานเรือที่นิยมนับการใช้งานที่ 80 – 100 ชั่วโมง ก็เพราะผู้ใช้งานเรือเข้าใจถึงองค์ประกอบโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของน้ำหนักบรรทุกต่อเรือ 1 ลำ ความเร็วรอบของการทำงานของเครื่องยนต์เรือที่สูงอยู่ตลอดเวลา

 

รูป : การบรรทุกน้ำหนักบนเรือ และการระบายความร้อนเครื่องยนต์แบบปกติ

 

การระบายความร้อนของเครื่องยนต์ (เพราะเครื่องยนต์เรือไม่มีหม้อน้ำ เพื่อช่วยในการระบายความร้อน) ซึ่งด้วยปัจจัยโดยรวมทั้งหมดนี้ ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้งานเรือเองทราบถึงขีดจำกัดของน้ำมันเครื่อง จึงมีการกำหนดการใช้งานน้ำมันเครื่องขึ้นมาให้มีความใกล้เคียงกับการใช้งานเครื่องยนต์บนท้องถนน คือให้มีการใช้งานน้ำมันเครื่องสำหรับเรือ ที่ 80 – 100 ชั่วโมง และให้มีการเปลี่ยนถ่ายจึงถือว่าเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุด

Technical Dept.

Comments are closed.